วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

น้ำผลไม้ดับกลิ่นปาก

น้ำผลไม้ดับกลิ่นปาก

วันนี้มีสูตรทำน้ำผลไม้ดับกลิ่นปากวิธีง่ายๆมากฝากกันค่ะ  ส่วนผสมก็มี ..

น้ำคั้นยากขิงสด  1 ช้อนชา  (หรือจากผงชาขิง ก็ได้นะคะหาง่ายดี)
น้ำมะนาว            1 ช้อนชา
น้ำอุ่น                  1 แก้ว

นำส่วนผสมมาคนให้เข้ากันแล้วใช้กลั้วปากหลังแปลงฟันทุกเช้าค่ะ  เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองก่อนออกจากบ้านด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ

ลองนำวิธีที่นำมาฝากไปลองใช้กันดูนะค่ะ

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

วิธีลดกลิ่นปาก ตอน2

วิธีป้องกันและลดกลิ่นปาก

มีวิธีลดกลิ่นปากมาฝากกันอีกแล้วค่ะ อยาจจะเยอะหน่อยนะค่ะ แต่ก็แนะนำให้ลองทำตามกันดูค่ะ  เพราะมันช่วยลดกลิ่นปากได้จริงๆ
...

(1). บ้วนปากหลายๆ ครั้งหลังตื่นนอน เนื่องจากการสร้างน้ำลายจะลดลงช่วงกลางคืน และช่วงหลับ

(2). ล้างมือด้วยสบู่ก่อนบ้วนปากหรือทำความสะอาดช่องปาก + ก่อนกินอาหาร-ดื่มน้ำ เพื่อลดโอกาสติดเชื้อหวัด ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เพิ่มเสี่ยง (ความน่าจะเป็น) กลิ่นปาก

(3). ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังตื่นนอนใหม่ๆ > น้ำลายทำหน้าที่ชำระล้างช่องปากให้สะอาด (แล้วกลืนลงไป), ภาวะขาดน้ำทำให้น้ำลายออกมาน้อยลง และข้นขึ้น

(4). กินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้องแทนข้าวขาว, ขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) แทนขนมปังขาว ฯลฯ + ผัก + ผลไม้ทั้งผล (หรือน้ำผลไม้ปั่นรวมกาก ไม่ใช่น้ำผลไม้กรอง) เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน และได้น้ำ (ปนอยู่ในอาหาร โดยเฉพาะธัญพืช ผัก ผลไม้) มากพอ


(5). แปรงฟันให้ถูกวิธี วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 นาที > ใช้แปรงขนอ่อน (soft) หรืออ่อนมาก (extraasoft), ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ > การแปรงฟันช่วยลดคราบจุลินทรีย์ หรือพลัค (plaque) บนผิวฟัน

(6). ดูแลแปรงสีฟัน > สะบัดแปรง โดยเคาะด้ามแปรงกับของแข็ง ให้น้ำกระเด็นออกหลังใช้ทุกครั้ง, นำออกไปตากแดดตากลม หรือใส่ในน้ำร้อนจัด (ใส่ในถ้วยกาแฟ เติมน้ำ ใส่ในไมโครเวฟ 2-3 นาทีก็ได้) ทุกสัปดาห์, เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน หรือเปลี่ยนเมื่อขนแปรงบานออก เพื่อลดแบคทีเรียที่เกาะอยู่ตามแปรงสีฟัน


(7). ใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธี วันละครั้ง > การแปรงฟันทำความสะอาดผิวฟันได้ประมาณ 60-70%, ส่วนที่แปรงทำความสะอาดฟันได้ไม่ดี คือ บริเวณคอฟัน (ส่วนที่อยู่ใกล้เหงือก) และส่วนที่ฟัน 2 ซี่อยู่ชิดกัน

(8). ใช้ไหมขัดฟันก่อนแปรงฟัน เพื่อให้ฟันส่วนที่ทำความสะอาด (คราบจุลินทรีย์) ออกแล้ว มีโอกาสสัมผัสฟลูออไรด์ในยาสีฟัน, ถ้าแปรงก่อน... ส่วนที่มีคราบจุลินทรีย์ปกปิดอยู่จะไม่มีโอกาสสัมผัสฟลูออไรด์ ซึ่งช่วยป้องกันฟันผุ

(9). ถ้ากลัวกลิ่นคราบจุลินทรีย์ตอนใช้ไหมขัดฟัน ควรทำน้ำเกลือ โดยใส่เกลือ 1 ช้อนชา + ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เล็กน้อยไปในน้ำ 1/2 แก้ว คนให้เข้ากัน อมไว้ในปาก 1 นาที แล้วบ้วนทิ้ง ก่อนใช้ไหมขัดฟัน

(10). แปรงลิ้น > ลิ้นคนเราสะสมคราบเซลล์ที่ตายแล้ว เศษอาหารตกค้าง และแบคทีเรียจำนวนมากได้คล้ายพรมเก่าๆ การแปรงลิ้นช่วยทำให้ลิ้นสะอาดขึ้น แบคทีเรียเติบโตได้น้อยลง

(11). อมน้ำเกลือดังข้อ (5) 1 นาที บ้วนทิ้ง แล้วบ้วนปากตาม วันละ 2 ครั้ง

(12). ทำความสะอาดฟันปลอมวันละครั้ง (ถ้าใช้)

(13). บ้วนปากบ่อยๆ > ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในช่องปาก

(14). หมากฝรั่งชนิดไม่มีน้ำตาล > การเคี้ยวเพิ่มน้ำลาย และสารให้ความหวานธรรมชาติ เช่น ไซลิทอล (มีในผลไม้บางชนิด เช่น ลูกพรุน ฯลฯ) ฯลฯ ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก

(15). อาหารบางอย่างอาจช่วยลดกลิ่นปากได้ เช่น กาแฟ ใบพลู (clove), โยเกิร์ตไขมันต่ำ-น้ำตาลต่ำ อะโวคาโด อาเซลนัท น้ำมะนาว ใบกะเพรา ใบสะระแหน่ (mint) ฯลฯ > การที่ใบพลูช่วยลดกลิ่นปากอาจอธิบายได้ว่า ทำไมคนสมัยก่อน และคนอีกหลายๆ ชาติชื่นชอบการกินหมาก

(16). ไม่ดื่มนม หรือผลิตภัณฑ์นมมากเกินไป (ประมาณ 2-3 แก้ว/วัน กำลังดี) และไม่ควรดื่มนมคราวละมากๆ > นมที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารฯ คราวละมากๆ เพิ่มเสี่ยง (ความน่าจะเป็น) กลิ่นปาก


(17). กลิ่นปากกับกลิ่นตัวอาจผสมผสาน หรือแจมกันได้ ไม่ควรกินอาหารที่เพิ่มกลิ่นตัว เช่น กระเทียม หอม ฯลฯ มากเกินไป

(18). ไม่กินอาหารโปรตีน (ไข่ นม เนื้อ ถั่ว เต้าหู้ โปรตีนเกษตร) มากเกินไป
...

(19). ไม่กินอาหารคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรต (แป้ง-น้ำตาล) ต่ำจนเกินไป ซึ่งอาจพบในสูตรลความอ้วนบางสูตร เช่น แอทคินส์ ฯลฯ อย่างน้อยควรกินคาร์บเทียบเท่าขนมปังโฮลวีทมื้อละ 1 แผ่น, ข้าวกล้อง 1 ทัพพีเล็ก, หรือข้าวโอ๊ต 3 ช้อนโต๊ะละลายในน้ำร้อน เติมน้ำเย็นตาม เพื่อให้เย็นเร็ว และอาจเติมลูกเกดหรือถั่วลิสงต้มไปเล็กน้อย เพื่อให้รสชาดดีขึ้น (กรณีกินวันละ 3 มื้อ) > ถ้ากินคาร์บต่ำมากๆ ร่างกายจะใช้ไขมันมากขึ้น ทำให้มีกลิ่นคล้ายผลไม้ออกมากับลมหายใจได้มากขึ้น

(20). การใช้ยาสีฟันที่มีเบกกิ้ง โซดา หรือผงฟูที่ใช้ทำขนมปัง (baking soda / sodium bicarbonate / โซเดียม ไบคาร์บอเนต) หรือบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากทำเอง โดยใช้เกลือ 1 ช้อนชา, โซเดียม ไบคาร์บอเนต 1/2 ช้อนชา) อมไว้ในปาก 1 นาที แล้วบ้วนปากตาม อาจช่วยลดภาวะกรดในช่องปาก ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ยากขึ้น

(21). ตรวจช่องปากกับอาจารย์หมอฟันทุก 6-12 เดือน เพื่อการดูแลรักษาโรคช่องปาก เช่น ฟันผุ ฯลฯ

(22). ไม่ใช้หัวนมหลอก (pacifiers) นานเกินไป (เด็กควรดื่มนมจากแก้วหลังอายุ 2 ปี การดูดนมจากขวดหลัง 2 ปี เพิ่มเสี่ยงฟันเหยิน; เด็กที่ใช้หัวนมปลอมนานเกินไป จะเสี่ยงปากแห้ง ปากมีกลิ่น)
...

(23). ไม่สูบบุหรี่ > บุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงเยื่อบุในช่องปากน้อยลง ภูมิต้านทานโรคในช่องปากลดลง เหงือกอักเสบง่าย ฟันดำ

(24). ตรวจเช็คเบาหวาน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี (ถ้าสูง) > เบาหวานทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง เหงือกอักเสบง่ายขึ้น

(25). ถ้าไอเรื้อรัง... ควรตรวจ-รักษา เนื่องจากโรคทางเดินหายใจบางอย่าง เช่น วัณโรค, ฝีในปอด ฯลฯ อาจทำให้เกิดกลิ่นออกมากับลมหายใจได้

(26). ปากดี... ปากไม่เหม็นไม่พอ ต้องขอวาจาดีด้วย ควรหลีกเลี่ยงคำพูดไม่ดี เช่น คำหยาบ-คำพูดเชือดเฉือนจิตใจคนอื่น, คำไม่จริง (โกหก), คำยุยง-ส่อเสียด (ทำให้คนแตกแยกกัน), คำพูดเหลวไหลไร้สาระ ฯลฯ > ขอเปลี่ยนเป็นคำจริง คำพูดที่มีประโยชน์, คำสุภาพ, และคำส่งเสริมสามัคคี เช่น แสดงความชื่นชมคนรอบข้างให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 3 ครั้งหลังอาหาร


(27). ทำใจ... ถ้าทำทุกอย่างแล้วอะไรๆ ยังไม่ดีขึ้น อย่าเพิ่งตกใจ ให้ทำใจให้ได้ แล้วปรึกษาอาจารย์หมอฟัน, หมอใกล้บ้าน, หรือหมอหู-คอ-จมูก


ที่มา : http://health2u.exteen.com/20090626/27-halitosis

วิธีลดกลิ่นปาก

วิธีลดกลิ่นปากมีหลายวิธี  วันนี้จะเสนอวิธีของคุณบานทะโรค นะคะ






1. อย่าใช้น้ำยาบ้วนปากและอย่าอมยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ หรือแม้แต่ยาอมแก้เจ็บคอ อย่าใช้เป็นประจำถ้าไม่จำเป็น เพราะมันจะทำลายสมดุลของแบคทีเรียในปาก ปกติแบคทีเรียในปากมันจะจัดการควบคุมกันเอง เราอย่าไปยุ่งกับมันเิกินพอดี คุณจะสังเกตได้ว่าถ้าไปยุ่งโดยการบ้วนน้ำยาประจำแล้วมันจะทำให้ต้องบ้วนไม่เลิกเหมือนเสพยา เพราะเลิกแล้วก็หึ่งอีก และก็หึ่งเร็วมากกกก 






2. ตื่นนอนตอนเช้าใหม่ๆ ยังไม่ต้องแปรงฟัน ให้หากล้วยน้ำว้า 1 ลูกกินทันที กล้วยน้ำว้าห่ามๆ หน่อยได้ยิ่งดีจ้ะ หมอท่านว่ามันจะไปช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียน่ะแหละ กินอย่างนี้ซักระยะนึง แล้วปากท่านจะมีสมดุลแบคทีเรียที่ดี (มันอาจจะมีสารอะไรเ้ข้าไปทำอะไรภายในปากเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะยังไมได้ศึกษาจริงๆ จังๆ แต่รับรองว่ามีแต่ผลดีเรื่องกลิ่นปากแน่ๆ จ้ะ) 






3. หลังอาหารแต่ละมื้อใ้ห้ตบท้ายด้วยผลไม้ประเภท ส้ม ส้มโอ ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น หรืออะไรทำนองนี้ที่มันมีกรดผลไม้น่ะ กรดผลไม้มันจะล้างปากเราหลังอาหารคาวได้อย่างดี (อย่าเห็นแก่รสอร่อยเพราะคิดว่าเดี๋ยวกินผลไม้ตามท้ายของหวานแล้วผลไม้มันจะจืด อย่าๆๆๆ คิดอย่างนั้นจ้ะ จำไว้ว่าผลไม้ที่มีกรดต้องตบท้ายทุกมื้อ)






4. อันนี้หลอกขายของอีกแล้ว 55555 เปลี่ยนมาใช้ใช้ยาสีฟันดอกบัวคู่ซะดีๆ อันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวนะ มันเป็นยาสีฟันที่มีสมุนไพรของไทยมากมาย ตั้งแต่เราเกิดมาจนเป็นหนุ่มหล่อล่ำแมนแฮนซั่มถึงทุกวันนี้ เราว่ายาสีฟันตัวนี้เวิ้ร์คสุดนะ (ไ่ม่ว่าแอมเหว่ กิฟฟารวย หรืออะไรแพงๆ ข้อยก็ลองมาหมดแล้ว สู้ดอกบัวคู่สีน้ำตาลๆ ไม่ได้เรยยย) แบบว่าตื่นมาเช้าๆ แค่แปรงฟันด้วยดอกบัวคู่ กลิ่นก็ไม่เหลือเลยอ้ะ (ถึงแม้ก่อนนอนเมื่อคืนจะขี้เกียจแปรงก็ตาม ดอกบัวคู่มันเอาอยู่นะ เขิลลลลจัง) ของเขาดีก็ต้องเต็มใจโฆษณาให้ (แล้วไปเก็บตังค์ทีหลัง)






5. ก่อนแปรงฟันทุกครั้งให้ใช้ไหมขัดฟันด้วย ให้เลือกใช้ไหมแบบ Satin ของ Oral-B เพราะไหมมันจะแบนๆ เ้ข้าซอกเหงือกซอกฟันได้ง่าย ถ้าเป็นแบบรุ่นเก่าแบบไหมกลมๆ มันจะเข้าได้ยาก (บางทีถึงกับเลือดตกยางออกเวลาไหมมันเข้าไปกระแทกซอกเหงือก) ทำให้บางคนเบื่อการใช้ไหมขัดฟันไปเลย ดังนั้นใช้แบบ Satin ไหมแบนๆ นะจ๊ะ พอขัดฟันแล้วเอาไหมมาดมดูสิ จ๊ากกกกกส์...เราจะเห็นสัจธรรมของพระพุทธองค์ที่ว่า "" ร่างกายนี้มันสกปรกหนอ ไม่เที่ยงหนอ "" ดีไม่ดีบรรลุธรรมได้ง่ายๆ เชียวนะ



หลังจากเรามั่นใจแล้วว่าไม่ได้เป็นโรคเหงือกและฟันแน่ๆ รวมถึงท้องก็ไม่ได้ผูกซะหน่อย ขั้นตอนต่อไปก็สำคัญมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 


6. ถ้าใครเกิดมายังไม่เคยขูดลิ้นเลย ให้เริ่มการขูดลิ้นได้แล้ว ณ บัดเดี๋ยวนี้ ไปหาซื้อที่ขูดลิ้นมาซะ ของ Dr.Tongue หรือยี่ห้ออะไรก็ได้ที่วัสดุมันเข้าท่าๆ หน่อย เห็นมีหลายยี่ห้อเลยอ้ะ ตามร้านหมอฟันก็มีเกลื่อน
เป็นวิธีที่ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ  เพื่อนคนไหนที่มีกลิ่นปากก็นำไปใช้ดูนะค่ะเพราะมันช่วยลดกลอ่นปากได้จริงๆค่ะ

กลิ่นปาก

หลายคนกำลังประสบปัญหามีกลิ่นปาก  วันนี้่เลยรวมรวมวิธีลดกลิ่นปากมาให้เพื่อนให้ลองนำวิธีไปใช้กัน  โดยก่อนที่เราจะรู้วิธีลดกลิ่นปาก  เราควรที่จะรู้ที่มาของกลิ่นปากก่อนนะคะ  ซึ่งเราสามารถสรุปที่มาของกลิ่นปากได้ดังนี้ค่ะ



1.เกิดจากโรคในร่างกายของเรา 
ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ  ฝีในปอด ไซนัส คออักเสบ โรคตับ โรคไต เป็นต้น โรคเหล่านี้อาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้

2.เกิดจากการกินอาหารบางประเภทเข้าไป
ได้แก่ กาแฟ เบียร์ เหล้า หอมใหญ่ กระเทียม รวมถึงการสูบบุหรี่ ต้องบอกก่อนนะคะว่า ต้องคอยสังเกตตนเองให้ดี  เพราะไม่ได้เป็นกันทุกคน บางคนกินเหล้า ปากไม่เหม็น  แต่เราอาจกินเหล้าแล้วมีกลิ่นปากตามมาก็เป็นได้ เป็นต้น


3.เกิดจาก การไม่ดื่มน้ำหรือ ไม่รับประทานอาหาร
เช่น สังเกตไหมคะว่า วันไหนเราอดข้าวเช้า ปากเราจะเหม็นกว่าปกติ  เนื่องจากการไม่ดื่มน้ำ หรือไม่กินอาหาร แบคทีเรีย จะไม่ถูกชะล้าง  ทำให้เกิดกลิ่นปากตามมาได้นั่นเองคะ